วันนี้จะมาเล่าประวัติตัวเองแหละครับ

เพราะใครก็ไม่รู้ เค้าอยากรู้........ก็เลยตามใจเค้าหน่อย
เพราะผมมันคนใจง่ายซะด้วยสิ

********************

ตั้งแต่เกิดมาตอนแรก แม่ตั้งชื่อให้ว่าไพศาลครับ
ตั้งแต่ได้ชื่อนี้มา ผมก็ร้องไห้ไม่หยุด......จนแม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อให้
เป็นชื่อที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ คือ สหไชย ถึงจะเลิกร้อง

"เอาแต่ใจตั้งแต่ ยังไม่รู้ประสีประสาเลยทีเดียว...หุหุหุ"

ตอนเด็กๆร้องไห้บ่อยมาก จนแม่ต้องเอาไปฝากให้เป็นลูกบุญธรรมของ
ครอบครัวมีบารมี ครอบครัวหนึ่ง
"เป็นความเชื่อของคนจีนเค้าน่ะครับ ไม่รู้ว่าจะได้ผลจริงรึป่าว"

********************

ทุกๆ คืนจะต้องนอนสะดุ้งตื่น เพราะฝันว่าพ่อขี่รถพาไปตกเหวครับ
ฝันแบบนี้ เกือบทุกคืน ไม่รู้เป็นเหี้ยมไร.......
แม่ต้องพาไปกวาดยา เรียกขวัญกันวุ่นวาย....

แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นละ ยังคงชอบนอนสะดุ้งอยู่
ไม่ได้ฝันอะไร สะดุ้งไปงั้นอ่ะ.....ไม่เข้าใจเหมือนกัน - -"

********************

เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน
แม่เลยเลี้ยงรวมๆไปกับพี่สาว น้องสาว
วันๆ เล่นแต่ ตุ๊กตา โดดยาง เขย่งบ้อง
จนจำได้ว่าประมาณ ป.4 เกือบเป็นตุ๊ดไปซะแล้ว....
กลับมาบ้านนี่ เดินตูดบิดเลย....

เฮ้อ.!!! แต่ก็ยังดีที่รอดตัวมาได้ เพราะมีเพื่อนเกเรเยอะ

********************

สาเหตุที่ไม่เป็นตุ้ด เพราะไปเลือกคบเพื่อนเกเรเยอะ
เนื่องจากอยู่โรงเรียนชายล้วน
จึงไปเข้าแก๊งค์ ชกต่อยกะชาวบ้าน
กลายเป็นปัญหาสังคมไปอีก........

********************

ตอนเด็กๆ ผมติดนิสัยชอบอมปาก กะ ขยี้เสื้อ
อมปาก คือ การดูดริมฝีปากล่างเข้าไป ดูดมันอยู่อย่างงั้นอ่ะ ทั้งวันทั้งคืน
สาเหตุที่ติด ก็เพราะชอบนอนน้ำลายไหล แม่เลยสอนให้ดูดปากไว้
เลยติดเลย.....ยิ่งดูดยิ่งมันส์ เหอๆๆๆ
สาเหตุที่เลิก ก็เพราะ มีอยู่ช่วงนึง โตแล้วแหละ ไม่สบายมาก จะตายเอา
ดูดต่อไม่ไหว เลิกไป 2-3 วัน ก็เลยเลิกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ส่วนขยี้เสื้อนี่ยังติดอยู่.....เลิกไม่ได้เจงๆๆๆ T_T

********************

ผมเรียนโรงเรียนเดิม ตั้งแต่อนุบาล 1 ยันจบ ม.6 สิริรวมทั้งสิ้น 14 ปี
วันใกล้จบการศึกษา คุณพ่ออธิการมอบช่อดอกไม้ให้ช่อเบ้อเริ่ม
ไม่ใช่เรียนเก่ง หรือทำชื่อเสียงอะไรให้กับโรงเรียนหรอก แต่ให้ในฐานะที่เป็นศิษฐ์ลูกหม้อ
น่าภูมิใจมากกกกก.....T_T

และไอ้โรงเรียนที่เรียนตั้งกะเด็กจนโตเนี่ย เป็นโรงเรียนชายล้วน
สงสารตัวเองจริงๆเลย ผู้หญิงกลายเป็นสิ่งน่ากลัวสำหรับผม
ในการที่จะพูดคุย วางตัว หรืออะไรก็แล้วแต่
ก็คนมันไม่เคยยยย.....

********************

พอจบม.6 ก็เอนท์เข้าได้ที่ม.ขอนแก่น เลือกเป็นอันดับ 4 ติดอันดับ 4
โคตรไกลบ้านเลยอ่ะ แต่ไปก็ไปวะ ไหนๆก็ได้แล้ว ลองดูสักตั้ง

เป็นการเดินทางออกจากบ้านไปอยู่คนเดียวเป็นครั้งแรก....ของลูกแหง่คนนึง
ที่ตั้งแต่เล็กจนโต มีแม่ขี่รถไปรับไปส่งที่โรงเรียนตลอด ประคบประหงมเป็นอย่างดี

ถึงวันนี้ ยังจำความรู้สึกและภาพในวันแรกที่เข้ามหาลัย ที่พ่อกะแม่ไปส่งที่หอพักได้
ภาพของรถที่กำลังแล่นไกลออกไป พร้อมกับพ่อแม่พี่น้อง ที่หันมามองจนลับสายตา
ความรู้สึกมันหวิวๆ บอกไม่ถูก น้ำตาคลอเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง
ต่อไปนี้ต้องอยู่คนเดียวจริงๆแล้วสินะ........T_T

********************

แต่ชีวิตที่ม.ขอนแก่นก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น
ผมได้เจอเพื่อนดีๆมากมาย
ได้ความรู้ติดมาบ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ)
ได้ประสบการณ์หลายอย่างที่มีค่ามาก
ได้ใช้ชีวิตที่คิดว่าเกือบจะคุ้มแระ สำหรับอายุขนาดนั้น

********************

ตอนใกล้จะจบจากมหาลัย
ก็มีโรงแรมจากปราจีน มารับสมัครงาน
ก็เลยลองไปสมัครดู ปรากฎว่าได้
พอเรียนจบ ก็กลับมานอนกลิ้งเล่นอยู่บ้าน ประมาณเดือนนึง
แล้วจึงเริ่มงาน

เป็นระบบงงๆ เล่าไม่ถูก แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ผมได้อยู่ที่แผนกต้อนรับ
ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนก
ทำอยู่ที่นั่นได้ประมาณปีนึง การบินไทยก็รับสมัคร
ผมก็ลองดู ปรากฎว่าได้อีก
แต่ทำไปทำมา ก็ถูกดองไปอีก 1 ปี
แต่ผมก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะทำงานที่โรงแรมผมมีเพื่อนๆ
และพี่ๆที่ผมรักมากอยู่ที่นั่น ทุกๆคนดีกับผมเหมือนผมเป็นหนึ่งในครอบครัวเล็กๆของบ้านหลังนั้น
และเงินเดือนที่ผมได้รับ ก็มากเกินพอสำหรับปริมาณงานที่ผมทำ รวมถึง
ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีเกินไปสำหรับนักศึกษาจบใหม่อย่างผม

ผมสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีอำนาจพอสมควรในการทำงาน
วันไหนเมาลาครึ่งวันกลับบ้าน หัวหน้าก็ไม่เคยว่า
ลากลับบ้านที 5 วัน ก็ยังทำได้
ผมรักทุกคนที่อยู่ที่นั่น รักงานที่ผมทำ
2 ปีที่อยู่ที่ปราจีน มีคุณค่ามากมายสำหรับผม
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งครับ.......ที่ดีกับผมเหลือเกิน

แต่เมื่อการบินไทยเรียกตัว
ผมก็เลยตัดสินใจ มาทำที่การบินไทย
เหตุผลเพียงแค่ อยากได้เงินเยอะกว่าเดิม
แล้วก็เป็นชื่อเสียงให้กับพ่อ แม่ ทำให้แหมะกะเตี่ยยิ้มไม่หุบ
เวลาคุยกับคนอื่นว่าลูกทำงานที่การบินไทย ^_^

********************

ชีวิตผมดูเผลินๆ เหมือนทุกอย่างได้มาง่ายๆ
จริงแหละครับ ผมก็รู้สึกว่ามันง่าย ทุกอย่างไม่ได้ยากเกินไปสำหรับความพยายาม

ภาษาอังกฤษผมพอฟัง-พูดได้บ้าง เพราะตอนมัธยม ผมท่อง dic ได้เกือบครึ่งเล่ม

มาสมัครการบินไทย ในขั้นตอนว่ายน้ำ 100 เมตรสำหรับคนที่ไม่ว่ายน้ำไม่แข็งอย่างผม
ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมต้องฝึกว่ายท่ากบ และเพิ่มระยะ จาก10 เมตรในครั้งแรกเป็น 100 เมตร
ภายในระยะเวลาแค่ 1 เดือนและที่สำคัญมันเป็นหน้าหนาว
ทุกครั้งที่ลงน้ำ จะปวดหูโคตรๆ เพราะความเย็นของน้ำเข้าไปในหู
แต่ผมก็ทำได้ว่ายผ่านสบายๆ โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาว่าได้ ว่าผ่านมาแบบขอไปที

**********************

ตั้งแต่เล็กจนกระทั่งปัจจุบันนี้
ถ้าใครชมผมว่าเก่ง ผมก็จะขอบคุณแหมะกะเตี่ย ที่เก่งกว่า
ทั้งๆที่เรียนก็ไม่สูงแต่สามารถส่งลูกทั้ง3 คนให้เรียนดีๆได้

ถ้าใครชมผมว่าน่ารัก ทั้งนิสัยหน้าตา
ผมก็จะขอบคุณแหมะกะเตี่ย ทำผมออกมาได้หน้าตาดีจริงๆ หุหุหุ
และก็ขอบคุณที่เลี้ยงผมมาเป็นอย่างดีทำให้ผมมีนิสัยที่ดีอย่างทุกวันนี้

ผมรู้สึกขอบคุณทุกคนเกื้อหนุนผมมาโดยตลอด ,-

ทั้งพี่นิเวช ที่ให้ผมหยุดงานหลายวัน หรือแม้แต่ลาไปสมัครงานใหม่ก็ไม่เคยว่า
พี่วิ คอยว่ากล่าว ตักเตือนผมในทุกๆเรื่อง ทำให้ผมไม่ออกนอกลู่นอกทาง
เพื่อนๆทุกคน ที่เวลาอยู่ด้วยผมไม่เหงาเลย
ขอบคุณที่ลิง ที่ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ยังดีกะผมเสมอต้นเสมอปลายไม่มีเปลี่ยน
ขอบคุณพี่โก้ ที่สอนผมว่ายน้ำท่ากบ ภายในเวลาแค่ 2 อาทิตย์ พี่เก่งจริงๆ
ขอบคุณเพื่อนหนึ่ง ที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกรูตลอด ไม่เคยปฎิเสธเลย
ขอบคุณเพื่อนอ้น พี่ทำให้รู้สึกว่าในเมืองใหญ่ ก็ยังมีเพื่อนดีๆอย่างมึงอ่ะนะ
รวมถึงทุกๆคนที่ผม ไม่สามรถจะเอ่ยถึงได้หมดด้วย....

ผมอยากขอบคุณทุกคนที่เกื้อหนุน หรือแม้แต่ผ่านเข้ามาในชีวิตผม

ถ้าไม่มีพวกคุณทุกคน ผมก็คงไม่ได้เป็นผม อย่างทุกวันนี้.....

*********************

*********************

*********************

*********************

เอ๋!!! อ่าน ๆ ดู เหมือนจดหมายลาตายเลย - -"

แต่ไม่ใช่นะ แค่อยากขอบคุณจริงๆ

ทุกวันนี้ผมตระหนัก ถึงความตาย
มีกับตันคนนึง เคยพูดว่า ทุกครั้งที่ก้าวเท้าขึ้นเครื่อง ก็เท่ากับตายไปครึ่งตัวแล้ว....

ผมก็ว่างั้นแหละ....
ผมตระหนักถึงความตายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ผมก็ยังไม่อยากตายตอนนี้อ่ะนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

ขอใช้ชีวิตแบบไร้สาระแบบนี้ ไปอีกซัก 40-50 ปีละกัน เหอๆๆๆ

*******************

*******************

*******************

เป็นไงบ้าง.......ประวัติเน่าๆของผม
นี่แค่คร่าวๆนะ เพราะคัดมาเฉพาะส่วนที่ดี เหอๆๆ

ถ้าให้ลงรายละเอียดล่ะก็ ผมเขียนได้เป็นปี
แต่ใครจะมาทนอ่าน ประวัติเน่าๆ ของเมริงงงฟะ 5555

**************************

**************************

สังเกตุรึป่าวววว ไม่มีเรื่องความรักเลย

**************************

**************************

**************************

เพราะความรักยากเกินกว่าจะบรรยาย
และละเอียดอ่อนเกินกว่าจะนำมาเผยแพร่

เพราะความรักไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ...กิ้ววววววว


Comment

Comment:

Tweet

^
^
^
กะลังจะเม้นท์ต่อจากคนข้างบนเนี้ยะ

เค้าบอกถึงเรื่อง Shoye เกือบเป็นตุ๊ดอ่ะ

งั้นเรา confirm ให้ละกันว่า จขบ. ไม่ตุ๊ด และ ไม่เกย์ ด้วย

555+

ขยี้เสื้อ สนุกมั้ยอ่ะ เหมือนเวลาซักเสื้อ แล้วต้องขยี้รึเปล่า

surprised smile

#20 By sun_square on 2010-02-09 16:42

เหอๆๆๆ ขำดี ที่เกือบเป็นตุ๊ด แต่รอดมาได้ 555+++

#19 By In deed on 2010-02-03 23:22

#18 By LiFe Room on 2007-04-04 03:53

จำผิดคนแล้ว

#17 By (222.123.184.104) on 2007-03-27 19:19

ไม่ใช่ซะหน่อย

#16 By (222.123.184.104) on 2007-03-27 19:18

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆใครหรอ
ตอบมาดิ๊ถูกมีเลี้ยง

#15 By (222.123.184.104) on 2007-03-27 19:17

^
^
^
^
อีกิ๊บบบบบ!!!! กรูจำเมริงได้นะโว้ยยย

ตามมาเจอได้ไงเนี่ย

#14 By shoye on 2007-03-27 18:54

ขอขอบคุณที่ตรงนี้เลยนะค่ะที่คุณได้เล่าประวัติให้ฟังครั้งนี้นะค่ะรู้สึกถึงความประทับใจไม่เปลี่ยนแปลงเลยค่ะรู้สึกว่าตัวเองมีบุญยังไงไม่รู้โน๊ะ..ถ้ามีภาพตอนเด็กด้วยคงจะfulloffionกว่านี้นะค่ะ...ถึงไม่รู้ว่าทำเพื่อใครแต่ก็ดีใจนะที่คุณเล่าให้ฟังถึงจะไม่รู้ว่าใครแต่ขอให้รู้ไว้ว่าอย่างน้อยพื้นดินที่ยืนก็แผ่นเดียวกัน....

#12 By (222.123.184.104) on 2007-03-27 18:13

โห มีเล่าประวัติกันอย่างนี้ด้วย

ปล-- โทษทีครับผมเปิ่นจริงๆ
คิดถึงจริง ๆ ไม่มีเวลาไปหาเลย......
...ถึงเราจะไม่ไช่คนพิเศษของใครแต่ก็อยากจะมีใครซักคนมาเป็นคนพิเศษของเรา...จริงมะ....(มีใครให้คิดถึงดีกว่าไม่มีใครให้คิดถึงเลย)

#10 By ที่ลิง (203.114.103.168) on 2007-03-27 06:45

สงสัยว่า เล่นเขย่งบ้อง นี่เล่นยังไงอ่ะ
ชื่อมันประหลาดดีแฮะ

#9 By Auy (124.120.25.162) on 2007-03-26 22:42

^
^
^
....ประสบการณ์ผู้ชายโชกโชน.....

เอื๊อก....ฟังดูแล้ว
เสียวๆ หลัง ยังไงบอกไม่ถูก
ถึงจะเรียนชายล้วน แต่ประสบการณ์ผู้ชายนี่ยังเลยครับ

#8 By shoye on 2007-03-26 19:22

ประสบการณ์ผู้ชายโชกโชนเลยล่ะสิคะ
ตั้ง 14 ปี (ในโรงเรียนชายล้วน) หุหุ

#7 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2007-03-26 19:03

มานั่งอ่านชีวประวัติ...
ได้ทำงานที่ดีอย่างนี้ก็โชคดีมากๆเลยค่ะ
ยิ่งประสบความสำเร็จในเรื่องความรักก็ยิ่งกว่าถูกลอตเตอร์รี่รางวัลที่1

#6 By kororo on 2007-03-26 15:07

คำชมครับ เน้นๆ เลย
หมายถึง มันได้เนื้อหาที่ชัดเจน
เนื้อๆไง เกือบขำตกเก้าอี้ หุๆ

#5 By Travelism on 2007-03-25 22:31

อ้าวเล่นมุขจบอย่างนี้เลยเหรอ 555
ไม่เชื่อหรอก อย่างว่านะ คนเรา
เรียนโรงเรียนชายล้วนมาตั้ง 14 ปี
อิๆ แซวเล่น เขียนสรุปประวัติ
ได้ชัดเจนมากๆ เนื้อจริงๆ

#4 By Travelism on 2007-03-25 22:16

ขอบคุณ...ไอ้หะนอย

ปวดตามั้ยละเมริงงง เหอๆๆๆ

ยาวไปหน่อย
ใครทนาอ่านจนจบ ผมซึ้งใจจริงๆ

#3 By shoye on 2007-03-25 21:50

มาลงชื่อ..อ่านแล้นนะ

#2 By หะนอย (58.64.104.97) on 2007-03-25 21:41

งืม งืม



ชอบ head อะ

น่ารักดี





ปล...มองเห็นจิงๆ

#1 By the ♣ benx on 2007-03-25 21:22